ค้นหา อาหารเสริม สุขภาพ

 
 
ตัวสารสำคัญ 


 

 
กลุ่มผลิตภัณฑ์  


 

 
Shop by brand  


 

 
บทความเกี่ยวกับ สุขภาพ


 

 
    บำรุง สุขภาพ ชาย

    ควบคุมน้ำหนัก

    ความสวยความงาม

    ไขมันและหลอดเลือด

    อาหารเสริม สุขภาพ

    เบาหวานและน้ำตาลในเลือด

    โรคภัยไข้เจ็บอื่นๆ

    กระดูกและข้อ

    บำรุง สุขภาพ หญิง

 

 

 
 ชื่อผู้ใช้   :
 รหัสผ่าน :
 
  •  ลงทะเบียนสมาชิกใหม่ ! 
  •  ลืมรหัสผ่าน

   บริเวอร์ยีสต์ กับระดับ คลอเลสเตอรอล
    บริเวอร์ยีสต์คืออะไร
บริเวอร์ยีส์กับประโยชน์ต่อร่างกาย
บริเวอร์ยีสต์กับระดับคลอเลสเตอรอลสูง
ประโยชน์ในด้านอื่นๆ
รูปแบบและขนาดที่ใช้รับประทาน
ข้อควรระวัง
ปฏิกริยาของบริเวอร์ยีสต์ต่อยาอื่น


บริเวอร์ยีสต์คืออะไร
บริเวอร์ยีสต์ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Saccharomyces Cerevisias ประกอบไปด้วยธาตุอาหารสมบูรณ์มากมาย มี กรดอะมิโน ที่จำเป็นต่อร่างกายถึง 16 ชนิดจากทั้งหมด 20 ชนิด เกลือแร่ 14 ชนิด และ วิตามิน อีก 17 ชนิด โดยบริเวอร์ยีสต์เป็นแหล่งธรรมชาติที่ดีที่สุดของVitamin B-Complex ซึ่งประกอบไปด้วย B1 (thiamine), B2 (riboflavin), B3 (niacin), B5 (pantothenic acid), B6 (pyridoxine), B9 (folic acid) และ H (biotin) นอกจากนี้ยังมีเกลือแร่สูง คือ โครเมียม สังกะสี เหล็ก ฟอสฟอรัส และ เซเลเนียม อีกทั้ง บริเวอร์ยีสต์ ยังเป็นแหล่งที่สำคัญของโปรตีนอีกด้วย โดยประมาณว่าจะมีโปรตีนถึง 16 กรัมต่อปริมาณผงยีสต์ 30 กรัม

บริเวอร์ยีส์กับประโยชน์ต่อร่างกาย
เนื่องจาก บริเวอร์ยีสต์ ประกอบด้วย Vitamin B จำนวนมาก Vitamin B แต่ละชนิดต่างก็มีบทบาทหน้าที่แตกต่างกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสนับสนุนระบบเส้นประสาท โดย Vitamin B จะส่วนบรรเทาอาการตึงเครียด อาการซึมเศร้า และความอ่อนเพลีย นอกจากนี้ยังช่วยชลอความชราบางประการได้อีกด้วย เมื่อใดที่ร่างกายตกอยู่ในสภาพความกดดัน ตึงเครียดหรือภาวะติดเชื้อ ร่างกายจะต้องการ Vitamin B มากกว่าเดิมเป็นพิเศษ โดยร่างกายของเราไม่สามารถกักเก็บ Vitamin B ส่วนเกินเอาไว้ได้ ดังนั้นจำเป็นที่เราต้องบริโภค Vitamin B เป็นประจำอยู่เสมอ

ใน บริเวอร์ยีสต์ ยังเป็นแหล่งธรรมชาติที่สำคัญของ โครเมียม อีกด้วย ซึ่งสถาบัน U.S. FDA แนะนำขนาดที่ควรรับประทานต่อวันในคนปกติเท่ากับ 120 มิลลิกรัม โดย โครเมียม มีความสามารถในการลดระดับ คลอเลสเตอรอล ในเลือด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกิจกรรมของอินซูลินภายในร่างกายซึ่งจะช่วยในบุคคลที่สูญเสียน้ำหนักได้เป็นอย่างดี โครเมียม เป็นแร่ธาตุที่ร่างกายดูดซึมได้ไม่ดี แต่สามารถดูดซึมได้ดีจาก บริเวอร์ยีสต์ นอกจากนี้ โครเมียม ยังมีสรรพคุณเพื่อการรักษาสิวได้ผลดี นอกจากนี้ บริเวอร์ยีสต์ ยังเป็นแหล่งที่ดีของ RNA ที่มีประสิทธิภาพในการชลอความชราได้อีกด้วย

บริเวอร์ยีสต์กับระดับคลอเลสเตอรอลสูง
ในทางการแพทย์ได้แบ่ง คลอเลสเตอรอล ออกเป็น 2 ประเภท คือ
1.LDL คือ คลอเลสเตอรอล ประเภทไม่ดีมีผลต่อการเกิด โรคหัวใจ และ
2.HDL เป็น คลอเลสเตอรอล แบบดีที่ช่วยป้องกันโรคดังกล่าวได้
โดยความสำคัญระหว่าง คลอเลสเตอรอล แบบ HDL กับ LDL มีความสำคัญมากกว่าระดับ คลอเลสเตอรอล โดยรวม ผู้ที่มีระดับ คลอเลสเตอรอล แบบ HDL สูง ความเสี่ยง จะเกิด โรคหัวใจ จะต่ำถึงแม้ว่าระดับ คลอเลสเตอรอล รวมจะสูงกว่า 200 mg/dl (ระดับที่ควรจะเป็น)

จากการศึกษาวิจัยพบว่า บริเวอร์ยีสต์ ซึ่งมีสาร โครเมียม ที่สามารถดูดซึมได้ดีในร่างกายคนเราอยู่เป็นจำนวนมากมีส่วนช่วยลดระดับปริมาณ คลอเลสเตอรอล แบบ LDL ได้ และช่วยเพิ่มระดับ คลอเลสเตอรอล แบบ HDL ได้ โดยบุคคลที่มีระดับ โครเมียม ในเลือดสูงจะมีอัตราเสี่ยงในการเกิด โรคหัวใจ ต่ำ

นอกจากนี้ยังมีการศึกษาของมหาวิทยาลัย Syracuse ใน New York พบว่า จากการทดลองให้บุคคลได้รับประทาน บริเวอร์ยีสต์ ขนาด 2 ช้อนโต๊ะเป็นประจำทุกวันเป็นเวลา 2 เดือน ปรากฏว่า บริเวอร์ยีสต์ มีผลช่วยลดระดับ คลอเลสเตอรอล ได้ถึง 10%

ประโยชน์ในด้านอื่นๆ

บริเวอร์ยีสต์ กับโรค เบาหวาน
มีรายงานว่า บริเวอร์ยีสต์ สามารถป้องกันการเป็นโรค เบาหวาน ของกลุ่มคนที่บุคคลภายในครอบครัวมีประวัติเป็นโรค เบาหวาน มาก่อนได้อีกด้วย มีการศึกษาชิ้นหนึ่งของประเทศเดนมารก์พบว่าบุคคลที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำจะมีอาการที่ดีขึ้นหลังจากได้รับประทาน บริเวอร์ยีสต์ ขนาด 2 ช้อนโต๊ะเป็นประจำทุกวันเป็นเวลา 1 เดือน

บริเวอร์ยีสต์ กับระบบทางเดินอาหาร
►บริเวอร์ยีสต์ ช่วยบรรเทา โรคท้องร่วง

►บริเวอร์ยีสต์ ช่วยป้องกัน โรคท้องผูก

►บริเวอร์ยีสต์ กับโรค มะเร็งลำไส้ใหญ่

►บริเวอร์ยีสต์ ช่วยอาการบาดเจ็บและสมานผิว

►บริเวอร์ยีสต์ ช่วยในด้านอาการตึงเครียด

►บริเวอร์ยีสต์ ช่วยในด้านสุขภาพการนอนหลับ

รูปแบบและขนาดที่ใช้รับประทาน
รูปแบบของ บริเวอร์ยีสต์ ที่ใช้เป็นธาตุ อาหารเสริม มีทั้งในรูปแบบ เม็ดแคปซูล ก้อนเล็กๆ และผงสกัด โดยเราสามารถเติม บริเวอร์ยีสต์ ในอาหารที่รับประทาน เช่น ซุป เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการได้ นอกจากนี้ยังใช้เติมในน้ำส้มเพื่อดื่มกันอย่างแพร่หลายอีกด้วย บริเวอร์ยีสต์ ไม่จำเป็นต้องแช่ในที่เย็น และมีอายุการใช้งานที่นาน

ผง บริเวอร์ยีสต์ คุณภาพสูงจะบรรจุด้วย โครเมียม 60 mcg ต่อ 1 ช้อนโต๊ะ (15 กรัม) โดยแพทย์จะแนะนำให้รับประทาน 1-2 ช้อนโต๊ะต่อวัน (ประมาณ 200 mcg) ซึ่งเป็นขนาดที่เหมาะสมและปลอดภัย โดยผง บริเวอร์ยีสต์ จะมีรสชาติที่รุนแรง ถ้าผลิตภัณฑ์ใดไม่ปรากฏรสชาติดังกล่าวแสดงว่าไม่ใช่ บริเวอร์ยีสต์ ของจริงซึ่งจะไม่มีสาร โครเมียม บรรจุอยู่

คุณภาพของ บริเวอร์ยีสต์ นั้นจะขึ้นอยู่กับแต่ละขบวนการผลิต บางบรรจุภัณฑ์เป็น บริเวอร์ยีสต์ จากขบวนการคัดเอาแอลกอฮอล์ออก หรือเป็น By-product ภายหลังจากขบวนการทำเบียร์ ซึ่งเป็น บริเวอร์ยีสต์ ที่มีคุณภาพทางโภชนาการต่ำ บริเวอร์ยีสต์ ที่มีคุณภาพสูงนั้นจะอยู่ในหัวน้ำตาลและต้องเป็นยีสต์ที่ตั้งใจปลูกไว้เพื่อการใช้เป็น อาหารเสริม โดยเฉพาะ

ข้อควรระวัง

►เนื่องจาก บริเวอร์ยีสต์ ที่เป็นธาตุ อาหารเสริม อาจจะมีผลต่อกับตัวยาอื่น ดังนั้นการใช้ บริเวอร์ยีสต์ ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นการดีที่สุด

►บุคคลที่เป็นโรค กระดูกพรุน ควรหลีกเหลี่ยงการใช้ บริเวอร์ยีสต์ เนื่องจาก บริเวอร์ยีสต์ จะมีสาร ฟอสฟอรัส เป็นปริมาณสูงกว่า แคลเซียม ซึ่งการที่มีสาร ฟอสฟอรัส เป็นปริมาณที่สูงจะทำให้เกิดการสูญเสีย แคลเซียม จากร่างกายได้ ถ้าต้องการใช้ยีสต์เป็นธาตุ อาหารเสริม ควรจะต้องมีการบริโภค แคลเซียม เพิ่มเติมเป็นพิเศษด้วย

►บุคคลที่ระบบภูมิคุ้มกันเสียหายอย่างรุนแรงควรหลีกเหลี่ยงใช้ บริเวอร์ยีสต์ หรือไม่ก็ต้องอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

►บุคคลที่มีร่างกายแพ้ต่อสัมผัสได้ง่ายเมื่อใช้ บริเวอร์ยีสต์ แล้วอาจเกิดอาการไมเกรน ปวดหัว บางครั้งอาจมีอาการผื่นคัน อาการบวมน้ำ เป็นหัด ได้

►บุคคลที่เป็นโรคเก๊าท์ควรหลีกเหลี่ยงการใช้ บริเวอร์ยีสต์

►บางครั้งการใช้ บริเวอร์ยีสต์ ในครั้งแรกอาจก่อให้เกิดอาการมีแก๊สในลำไส้ ดังนั้นในการใช้ บริเอวร์ยีสต์ ควรเริ่มใช้แต่เพียงเล็กน้อยก่อน (น้อยกว่า 1 ช้อนโต๊ะต่อวัน) จากนั้นค่อยๆ เพิ่มขึ้นจนถึงระดับที่แนะนำ

►ในการใช้ บริเวอร์ยีสต์ ถ้ามีอาการคลี่นเหียน อาเจียน ควรหยุดใช้ในทันทีและควรรีบปรึกษาแพทย์

►บริเวอร์ยีสต์ ไม่เป็นอันตรายต่อหญิงมีครรภ์ สามารถใช้ได้ในปริมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะต่อวัน

ปฏิกริยาของบริเวอร์ยีสต์ต่อยาอื่น
ถ้าร่างกายได้มีการใช้ยาประเภท Antidepressants , Monoamin Oxidase Inhibitors (MAOIs) เพื่อการบำบัดโรคอยู่ก่อนแล้ว ไม่ควรใช้ บริเวอร์ยีสต์ โดยปราศจากการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจาก บริเวอร์ยีสต์ ประกอบด้วย tyramine เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นสารที่ควรหลีกเหลี่ยงในบุคคลที่ใช้ยาประเภท antidepressant หรือ MAOIs ตัวอย่างของยาประเภท MAOIs เช่น phenelzine, tranylcypromin, pargyline, selegiline, isocarboxazid โดย บริเวอร์ยีสต์ จะไปทำปฏิกริยากับยาดังกล่าวก่อให้เกิด “สภาวะความดันโลหิตสูง” อย่างรวดเร็ว และจะทำให้ความดันของเลือดเพิ่มอย่างรุนแรงก่อให้เกิดอาการคลี่นเหีนย อาเจียน ปวดหัว และหัวใจเต้นผิดปกติ ซึ่งปฏิกริยาเช่นถึงในที่สุดแล้วอาจก่อให้เกิด โรคหัวใจ หรืออาการเป็นลมอย่างฉับพลันได้

นอกจากนี้ในกรณีของผู้ป่วยโรค เบาหวาน การใช้บริเวอร์ยีสต์เพื่อการบำบัดควรกระทำภายใต้การดูแลของแพทย์ เนื่องจาก บริเวอร์ยีสต์ ประกอบด้วยสาร โครเมียม เป็นจำนวนมาก ซึ่งจะไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของยาสำหรับผู้ป่วยโรค เบาหวาน (เช่น อินซูลิน หรือ ยาลดระดับน้ำตาลในเลือดประเภทอื่นๆ) และอาจนำไปสู่ภาวะเลือดมีกลูโคสน้อยกว่าปกติได้ ดังนั้นในการใช้ บริเวอร์ยีสต์ เป็นธาตุ อาหารเสริม ควรอยู่ภายใต้การดูแล แนะนำจากแพทย์เท่านั้น




บทความที่เกี่ยวข้อง -- เชิญคลิ๊ก --

บริเวอร์ยีสต์ (Brewer’s Yeast)
บริเวอร์ยีสต์กับโรคเบาหวาน
 

  สินค้าในหมวดที่เกี่ยวเนื่อง
Brew Yeast 500mg 60's (KAL)
Brew Yeast 500mg 60's (KAL)
 
สุขภาพ | อาหารเสริม | ผลิตภัณฑ์ | ข่าว | บทความ | ถามผู้เชี่ยวชาญ | ติดต่อเรา | เกี่ยวกับเรา | Help | Site Map
|หาเพื่อน | หาเพื่อนคุย | หาเพื่อน MSN | หาเพื่อน-หาแฟน | หาแฟน | หาแฟนออนไลน์ | หาคู่ | หาแฟนฝรั่ง | หาแฟนต่างชาติ | นัดเดท | ตลาดรัก | ตลาดรักดอทคอม

อาหารเสริม Contact e-Mail : info@healthdd.com
Copyright © 2005 HealthDD.com. All rights reserved • Designated trademarks and brands are the property of their respective owners.