ค้นหา อาหารเสริม สุขภาพ

 
 
ตัวสารสำคัญ 


 

 
กลุ่มผลิตภัณฑ์  


 

 
Shop by brand  


 

 
บทความเกี่ยวกับ สุขภาพ


 

 
    บำรุง สุขภาพ ชาย

    ควบคุมน้ำหนัก

    ความสวยความงาม

    ไขมันและหลอดเลือด

    อาหารเสริม สุขภาพ

    เบาหวานและน้ำตาลในเลือด

    โรคภัยไข้เจ็บอื่นๆ

    กระดูกและข้อ

    บำรุง สุขภาพ หญิง

 

 

 
 ชื่อผู้ใช้   :
 รหัสผ่าน :
 
  •  ลงทะเบียนสมาชิกใหม่ ! 
  •  ลืมรหัสผ่าน

   การรักษาอาการ ไมเกรน ด้วยอาหาร
    ไมเกรนคืออะไร
สารอาหารที่มีหลักฐานการวิจัยว่าช่วยรักษาอาการไมเกรน
วิธีรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
วิธีการรับประทานอาหารสำหรับผู้ป่วยไมเกรน


ไมเกรนคืออะไร
อาการปวดหัวแบบ ไมเกรน จะเป็นอาการปวดที่สร้างความรำคาญ ทรมานให้กับผู้ป่วย โดยจะมีตั้งแต่ระดับปานกลางไปจนถึงมากจนกระทบกับการดำรงชีวิตประจำวัน อาจจะมีอาการปวดตุ๊บๆ แถวขมับ หรืออาจจะจะปวดบริเวณเบ้าตาเหมือนหัวใจเต้นตุ๊บๆ ที่ปวดน้อยๆ มักจะไม่ใช่ ไมเกรน อาการปวด ไมเกรน อาจจะปวดได้นาน 2-3 วันหรืออาจจะปวด 2-4 ชั่วโมง และอาจจะมีอาการคลื่นไส้อาเจียน อาการปวด ไมเกรนเ วลาหายปวดจะหายสนิท อาการปวด ไมเกรน มักจะมีอาการนำมาก่อนที่จะเกิดอาการปวด เรียก Aura อาจจะเห็นแสงแวบ แสงจ้า ตาพร่ามัว ซึ่งเป็นช่วงสั้นๆ ก่อนจะมีอาการปวด ไม่แน่เสมอไปที่ว่าอาการปวดหัวข้างเดียวคืออาการปวด ไมเกรน อาจจะเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น คอตกหมอน เนื้องอก เป็นต้น

สารอาหารที่มีหลักฐานการวิจัยว่าช่วยรักษาอาการไมเกรน

สารอาหารที่พบว่ามีหลักฐานยืนยันอย่างชัดเจน

► 5-HTP

แคลซียม/แมกนีเซียม

► Feverfew

► Riboflavin (Vitamin B2)

สารอาหารที่พบว่าน่าจะมีผล

St. John's wort

นอกจากนี้แล้วอาหารพวก วิตามินบี ก็มีรายงานว่าสามารถช่วยในรายที่มีอาการ ไมเกรน บ่อยได้ อีกทั้งการรับประทานอาการพวกปลาซึ่งจะมีสารอาหาร Omega-3 ก็จะทำให้ลดการเกิดอาการ ไมเกรน ได้

วิธีรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
ทั้ง แคลซียม และ แมกนีเซียม สารอาหารที่ดีในการช่วยป้องกันอาการไมเกรน คือพวกมันจะไปบำรุงระบบหลอดเลือดและการทำงานของสารสื่อประสาท ยังมีรายงานด้วยว่าคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับไมเกรนมักจะมีอาการขาด แมกนีเซียม และทั้ง แคลซียม และ แมกนีเซียม เป็นสารอาหารที่สามารถรับประทานได้ต่อเนื่องได้โดยไม่มีปัญหา

นอกจากนี้ยังมีสารอาหารอีก 3 ชนิดที่ช่วยป้องกันและลดโอกาสเกิดอาการไมเกรน ตัวหนึ่งนั้นคือ Feverfew มันจะไปยับยั้งการขยายตัวของหลอดเลือดเล็กๆ ในสมอง ตัวถัดมาคือ 5-HTP มันจะไปช่วยเพิ่มปริมาณ Serotonin ในสมอง ที่จะสามารถยับยั้งการเกิดไมเกรนได้ สุดท้ายก็วิตามินบี2 (Riboflavin) ซึ่งจะช่วยการสร้างเซลของหลอดเลือด ทั้ง 3 ตัวนี้สามารถใช้ร่วมกันหรือรับประทานตัวใดตัวหนึ่ง โดยควรจะรับประทานติดต่อกันอย่างน้อย 3 สัปดาห์

เรามักจะเห็นแพทย์อาจจ่ายยากลุ่ม รักษาอาการซึมเศร้า (Antidepressant) แก่ผู้ป่วย ไมเกรน จึงเชื่อว่า St. John's wort ซึ่งยังไม่มีการทดสอบในกลุ่มผู้ป่วยไมเกรนและมันมีผลต่อการสร้าง Serotonin เช่นกันก็มีบางท่านเชื่อว่ามันน่าจะมีผลดีคล้ายกับการรับประทานยากลุ่มรักษาอาการซึมเศร้า (Antidepressant) ถ้าจะรับประทาน St. John's wort ต้องรับประทาน 900 มิลลิกรัมติดต่อกันอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์จึงจะเห็นผล

วิธีการรับประทานอาหารสำหรับผู้ป่วยไมเกรน
อาหารบางชนิดที่เรารับประทานเข้าอาจจะมีสารบางอย่างที่ไปกระตุ้นให้เกิดอาการ ไมเกรน ได้ ดังนั้นผู้มีแนวโน้มว่าจะเป็นโรค ไมเกรน ควรที่จะหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้

1. หลีกเลี่ยงอาหารที่จะกระตุ้นอาการปวด ไมเกรน

► อาหารที่มีไทรามีน (Tyramine) ไทรามีนเป็นเอมีนชนิดหนึ่ง พบได้มากในอาหารพวก เนย ชีส ช็อคโกแลต กล้วยสุก ส้ม ไวน์แดง เป็นต้น อย่างไรก็ตามไม่ใช่คนที่เป็น ไมเกรน จะตอบสนองต่ออาหารที่มีไทรามีนทุกคน

► สารปรุงแต่งอาหาร สารที่แต่งอาหารบางชนิดก็มีผลเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการ ไม่เกรน ได้ เช่น

► สารไนไตรด ไนเตรด ซึ่งจะพบในอาหารพวก เบคอน ไส้กรอก ซาเซมิ แฮม

► สารแต่งรส เช่น ผงชูรส แอสปาแตม (Aspatame)

2. ลดการดื่มเหล้าหรือเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ และคาเฟอีน เนื่องจากสารเหล่านี้หากดื่มในปริมาณมากจะไปมีผลต่อการขยายตัวของหลอดเลือดหรือมีผลต่อสุขภาพการนอนหลับได้ ทำให้มีผลต่อการเกิด ไมเกรน ได้เช่นกัน




บทความที่เกี่ยวข้อง -- เชิญคลิ๊ก --

ไมเกรน ( Migraine )
แคลเซียม ( Calcium )
แมกนีเซียม ( Magnesium )
โรคนอนไม่หลับ
อาหารกับการจัดการโรคนอนไม่หลับ

 

  สินค้าในหมวดที่เกี่ยวเนื่อง
Coral Calzium 60s
Coral Calzium 60s
 Brand's Calcium 600+Soy Germ 60 tab
Brand's Calcium 600+Soy Germ 60 tab
 
เธชเธธเธ‚เธ เธฒเธž | เธญเธฒเธซเธฒเธฃเน€เธชเธฃเธดเธก | เธœเธฅเธดเธ•เธ เธฑเธ“เธ‘เนŒ | เธ‚เนˆเธฒเธง | เธšเธ—เธ„เธงเธฒเธก | เธ–เธฒเธกเธœเธนเน‰เน€เธŠเธตเนˆเธขเธงเธŠเธฒเธ | เธ•เธดเธ”เธ•เนˆเธญเน€เธฃเธฒ | เน€เธเธตเนˆเธขเธงเธเธฑเธšเน€เธฃเธฒ | Help | Site Map
|เธซเธฒเน€เธžเธทเนˆเธญเธ™ | เธซเธฒเน€เธžเธทเนˆเธญเธ™เธ„เธธเธข | เธซเธฒเน€เธžเธทเนˆเธญเธ™ MSN | เธซเธฒเน€เธžเธทเนˆเธญเธ™-เธซเธฒเนเธŸเธ™ | เธซเธฒเนเธŸเธ™ | เธซเธฒเนเธŸเธ™เธญเธญเธ™เน„เธฅเธ™เนŒ | เธซเธฒเธ„เธนเนˆ | เธซเธฒเนเธŸเธ™เธเธฃเธฑเนˆเธ‡ | เธซเธฒเนเธŸเธ™เธ•เนˆเธฒเธ‡เธŠเธฒเธ•เธด | เธ™เธฑเธ”เน€เธ”เธ— | เธ•เธฅเธฒเธ”เธฃเธฑเธ | เธ•เธฅเธฒเธ”เธฃเธฑเธเธ”เธญเธ—เธ„เธญเธก

เธญเธฒเธซเธฒเธฃเน€เธชเธฃเธดเธก Contact e-Mail : info@healthdd.com
Copyright © 2005 HealthDD.com. All rights reserved โ€ข Designated trademarks and brands are the property of their respective owners.